CRM X Rewards & Privileges Management คืออะไร

CRM X REWARDS
Facebook
Twitter
LinkedIn
สารบัญเนื้อหา

CRM X REWARDS & PRIVILEGES MANAGEMENT คืออะไร

CRM-X Rewards เป็นส่วนหนึ่งของระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า หรือ CRM ที่ช่วยให้ธุรกิจสร้างความพึงพอใจและความผูกพันกับลูกค้าผ่านคะแนน ของรางวัล คูปอง และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ

เมื่อของรางวัลเชื่อมกับระบบสมาชิก ธุรกิจสามารถกำหนดได้ว่าสมาชิกต้องใช้กี่คะแนน ใครสามารถแลกได้ รางวัลมีจำนวนเท่าไร และสิทธิ์หมดอายุเมื่อใด นอกจากช่วยกระตุ้นการซื้อซ้ำแล้ว ยังช่วยให้ร้านติดตามการแลกรางวัลและวิเคราะห์ผลของแต่ละแคมเปญได้เป็นระบบมากขึ้น

Rewards & Privileges Management คืออะไร

Rewards & Privileges Management คือบริการจัดการและจัดหาของรางวัลสำหรับ Loyalty Program และระบบสมาชิกสะสมแต้ม ช่วยให้ธุรกิจมีตัวเลือกรางวัลที่เหมาะกับลูกค้า โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มค้นหาหรือจัดเตรียมสิทธิประโยชน์ทุกประเภทด้วยตนเอง

ระบบของรางวัลทำหน้าที่เชื่อมองค์ประกอบสำคัญเข้าด้วยกัน ได้แก่

  • บัญชีสมาชิก
  • คะแนนสะสม
  • ระดับสมาชิก
  • คูปอง
  • ของรางวัล
  • จำนวนสิทธิ์
  • วันหมดอายุ
  • สาขาที่ร่วมรายการ
  • ประวัติการแลก
  • รายงานการใช้สิทธิ์

ธุรกิจสามารถสร้างของรางวัลของตนเอง หรือสอบถาม CRM-X เกี่ยวกับบริการจัดหารางวัลและสิทธิประโยชน์จากพาร์ตเนอร์ที่มีอยู่ในแต่ละช่วงเวลา

ระบบของรางวัล CRM-X ทำงานอย่างไร

การทำงานของระบบเริ่มตั้งแต่ลูกค้าได้รับคะแนนไปจนถึงการส่งมอบรางวัล ดังนี้

  1. ลูกค้าสมัครเป็นสมาชิกของร้าน
  2. สมาชิกได้รับคะแนนตามเงื่อนไขของธุรกิจ
  3. คะแนนถูกบันทึกไว้ในบัญชีสมาชิก
  4. สมาชิกเปิดดูรายการรางวัลผ่านโทรศัพท์มือถือ
  5. สมาชิกเลือกรางวัลและตรวจสอบเงื่อนไข
  6. ระบบตรวจสอบคะแนนและสิทธิ์
  7. สมาชิกยืนยันการแลกรางวัล
  8. พนักงานตรวจสอบสถานะก่อนส่งมอบ
  9. ระบบบันทึกการแลกและปรับคะแนน
  10. ธุรกิจนำข้อมูลไปวิเคราะห์ผลของรางวัล

ลูกค้าสามารถใช้งานผ่านเว็บเบราว์เซอร์บนมือถือได้ จึงไม่ต้องดาวน์โหลดแอปหรือพกบัตรสะสมแต้มกระดาษ

ประเภทของรางวัลใน CRM-X

ธุรกิจสามารถออกแบบรางวัลได้หลายประเภทตามเป้าหมาย ต้นทุน และพฤติกรรมของลูกค้า

รางวัลแบบคูปอง

คูปองเหมาะสำหรับกระตุ้นให้สมาชิกกลับมาซื้อหรือใช้บริการครั้งถัดไป โดยสามารถสร้างข้อเสนอที่แตกต่างกันตามกลุ่มลูกค้าได้

ตัวอย่างคูปอง ได้แก่

  • คูปองต้อนรับสมาชิกใหม่
  • คูปองวันเกิด
  • คูปองส่วนลดสำหรับการซื้อครั้งถัดไป
  • คูปองสำหรับลูกค้าที่ไม่ได้กลับมานาน
  • คูปองเฉพาะสินค้า
  • คูปองเฉพาะสาขา
  • คูปองเฉพาะระดับสมาชิก
  • คูปองสำหรับช่วงเวลาที่กำหนด

ในแต่ละคูปองควรระบุมูลค่า วันเริ่มต้น วันหมดอายุ ยอดซื้อขั้นต่ำ สาขาที่ใช้ได้ และเงื่อนไขการใช้ร่วมกับโปรโมชั่นอื่น

ของรางวัลจริง

ของรางวัลจริงเหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการให้สมาชิกนำคะแนนมาแลกสินค้า ของสมนาคุณ หรือสินค้าพรีเมียม

ตัวอย่างของรางวัลจริง ได้แก่

  • สินค้าของร้าน
  • สินค้าทดลอง
  • ของพรีเมียม
  • ชุดของขวัญ
  • สินค้าตามเทศกาล
  • เครื่องดื่มหรืออาหาร
  • อุปกรณ์เสริม
  • สินค้าจากพาร์ตเนอร์

ร้านควรระบุรายละเอียดสินค้า จำนวน ขนาด รุ่น สี และสาขาที่รับของได้อย่างชัดเจน รวมถึงกำหนดวิธีจัดการหากสินค้าหมดหรือไม่พร้อมส่งมอบ

รางวัลแบบส่วนลด

ส่วนลดเป็นรางวัลที่ลูกค้าเข้าใจง่ายและสามารถนำไปใช้กับการซื้อครั้งถัดไปได้

ตัวอย่างส่วนลด ได้แก่

  • ส่วนลดเป็นจำนวนเงิน
  • ส่วนลดเป็นเปอร์เซ็นต์
  • ส่วนลดเมื่อซื้อครบยอด
  • ส่วนลดเฉพาะสินค้า
  • ส่วนลดเฉพาะหมวด
  • ส่วนลดเฉพาะสาขา
  • ส่วนลดสำหรับสมาชิกระดับพิเศษ

หากใช้ส่วนลดแบบเปอร์เซ็นต์ ธุรกิจควรพิจารณากำหนดส่วนลดสูงสุด เพื่อควบคุมต้นทุนเมื่อสมาชิกซื้อสินค้ามูลค่าสูง

รางวัลแบบสินค้าและบริการฟรี

ธุรกิจสามารถใช้คะแนนแลกสินค้าหรือบริการที่มีต้นทุนควบคุมได้ เช่น

  • เครื่องดื่มฟรี
  • ของหวานฟรี
  • สินค้าทดลองฟรี
  • บริการเสริม
  • อัปเกรดสินค้า
  • ค่าจัดส่งฟรี
  • ของขวัญวันเกิด

รางวัลประเภทนี้อาจทำให้ลูกค้ารู้สึกว่ามีมูลค่าสูงกว่าส่วนลดเงินสด ขณะที่ต้นทุนจริงของธุรกิจอาจต่ำกว่าราคาขาย

สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก

รางวัลไม่จำเป็นต้องอยู่ในรูปสินค้าและส่วนลดเสมอไป ธุรกิจสามารถใช้สิทธิพิเศษเพื่อสร้างประสบการณ์เฉพาะสมาชิก เช่น

  • สิทธิ์ซื้อสินค้าก่อนบุคคลทั่วไป
  • สิทธิ์จองคิวล่วงหน้า
  • สิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรม
  • สิทธิ์รับบริการช่องทางพิเศษ
  • สิทธิ์เข้าถึงสินค้าเฉพาะระดับ
  • สิทธิ์รับโปรโมชั่นก่อนสมาชิกทั่วไป

สิทธิพิเศษเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการสร้างความรู้สึกแตกต่าง โดยไม่ต้องพึ่งการลดราคาทุกแคมเปญ

รางวัลสำหรับธุรกิจแต่ละประเภท

1. ธุรกิจค้าปลีก

ตัวอย่างรางวัล ได้แก่ บัตรกำนัลอิเล็กทรอนิกส์หรือ e-Voucher ส่วนลดสินค้า สินค้าพรีเมียม สินค้าทดลอง และสิทธิ์ซื้อสินค้าในราคาสมาชิก ร้านค้าปลีกอาจสร้างรางวัลเป็นชุดตามหมวดสินค้าที่สมาชิกสนใจ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกค้ากลับมาซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้อง

2. ธุรกิจท่องเที่ยว

ตัวอย่างรางวัล ได้แก่ ส่วนลดแพ็กเกจท่องเที่ยว บัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว สิทธิ์ใช้บริการรถรับส่ง หรือกิจกรรมพิเศษตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการ ควรระบุช่วงเวลาที่ใช้สิทธิ์ วันที่ยกเว้น และเงื่อนไขการจองให้ชัดเจน

3. ธุรกิจเทคโนโลยี

ตัวอย่างรางวัล ได้แก่ ส่วนลดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์เสริม บริการติดตั้ง การรับประกันเพิ่มเติม หรือสิทธิ์ซื้อสินค้าใหม่ก่อนบุคคลทั่วไป

4. ธุรกิจร้านอาหารและคาเฟ่

ตัวอย่างรางวัล ได้แก่ ส่วนลดค่าอาหาร เครื่องดื่มฟรี ของหวานฟรี เมนูพิเศษ หรือคูปองสำหรับการรับประทานครั้งถัดไป ธุรกิจควรเลือกรางวัลที่ลูกค้ารับรู้ว่าคุ้มค่า แต่มีต้นทุนที่ร้านสามารถควบคุมได้

5. ธุรกิจสายการบิน

ตัวอย่างรางวัล ได้แก่ ส่วนลดเที่ยวบิน สิทธิ์เลือกที่นั่ง อาหารบนเที่ยวบิน น้ำหนักสัมภาระเพิ่มเติม หรือสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขของสายการบิน รายการรางวัลและการใช้งานขึ้นอยู่กับข้อตกลงของผู้ให้บริการแต่ละราย

6. ธุรกิจโรงแรม

ตัวอย่างรางวัล ได้แก่ ส่วนลดห้องพัก อัปเกรดห้องพัก อาหารและเครื่องดื่ม เช็กอินก่อนเวลา เช็กเอาต์ล่าช้า หรือสิทธิ์ใช้บริการภายในโรงแรม ควรกำหนดวันใช้สิทธิ์ ห้องพักที่ร่วมรายการ และช่วงวันที่ไม่สามารถใช้รางวัลได้อย่างชัดเจน

วิธีกำหนดจำนวนคะแนนสำหรับรางวัล

จำนวนคะแนนที่ใช้แลกต้องสัมพันธ์กับยอดซื้อ ต้นทุน และกำไรของธุรกิจ

ตัวอย่างเช่น

  • ทุกยอดซื้อ 25 บาท ได้รับ 1 แต้ม
  • ใช้ 100 แต้มแลกส่วนลด 25 บาท

ลูกค้าต้องใช้จ่าย 2,500 บาทเพื่อรับ 100 แต้ม และได้รับรางวัลมูลค่า 25 บาท คิดเป็นผลตอบแทนประมาณ 1% ของยอดซื้อ สูตรคำนวณคือ อัตราผลตอบแทน = มูลค่ารางวัล ÷ ยอดซื้อที่ต้องใช้เพื่อรับรางวัล × 100

หากรางวัลเป็นสินค้า ควรคำนวณจากต้นทุนจริง ไม่ใช่ดูเฉพาะราคาขาย ตัวอย่างเช่น สินค้าราคาขาย 100 บาทแต่มีต้นทุน 35 บาท ลูกค้ารับรู้มูลค่า 100 บาท แต่ต้นทุนเบื้องต้นของธุรกิจอาจอยู่ที่ 35 บาทก่อนรวมค่าใช้จ่ายอื่น

การกำหนดจำนวนคงเหลือ

ของรางวัลที่มีจำนวนจำกัดควรกำหนดจำนวนสิทธิ์หรือจำนวนคงเหลือ เพื่อป้องกันไม่ให้สมาชิกแลกเกินจำนวนสินค้าที่มีอยู่

ข้อมูลที่ควรกำหนด ได้แก่

  • จำนวนรางวัลเริ่มต้น
  • จำนวนที่ถูกแลกแล้ว
  • จำนวนคงเหลือ
  • จำนวนสูงสุดต่อสมาชิก
  • จำนวนที่ใช้ได้ต่อวัน
  • จำนวนแยกตามสาขา
  • จำนวนรวมของทั้งแคมเปญ
  • วิธีดำเนินการเมื่อรางวัลหมด

หากมีหลายสาขา ต้องกำหนดว่าสต็อกของรางวัลใช้ร่วมกันทุกสาขา หรือแต่ละสาขามีจำนวนแยกกัน ก่อนเปิดแคมเปญควรทดลองว่าระบบปรับจำนวนคงเหลือหลังการแลกอย่างถูกต้อง และกำหนดวิธีจัดการเมื่อสมาชิกแลกแล้วแต่ร้านไม่สามารถส่งมอบรางวัลได้

การกำหนดวันหมดอายุ

ธุรกิจควรกำหนดระยะเวลาของรางวัลและคูปองให้ชัดเจน เพื่อควบคุมต้นทุนและกระตุ้นให้สมาชิกกลับมาใช้สิทธิ์

ข้อมูลที่ควรระบุ ได้แก่

  • วันที่เริ่มแสดงรางวัล
  • วันสุดท้ายที่แลกรางวัลได้
  • วันหมดอายุหลังจากแลก
  • ช่วงเวลาที่ใช้สิทธิ์ได้
  • วันที่ปิดรับสิทธิ์
  • วันที่ไม่ร่วมรายการ
  • ระยะเวลาใช้คูปองหลังได้รับ

ควรแยกระหว่าง “วันหมดเขตแลก” กับ “วันหมดอายุของสิทธิ์” เพราะเป็นคนละขั้นตอน ตัวอย่างเช่น สมาชิกสามารถกดแลกรางวัลได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน และเมื่อแลกแล้วต้องนำคูปองมาใช้ภายใน 7 วัน

กำหนดรางวัลตามระดับสมาชิก

CRM-X มีระบบระดับสมาชิกที่สามารถนำมาใช้แบ่งสิทธิประโยชน์ให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม เช่น Member, Silver, Gold หรือ Platinum

ระดับสมาชิก ตัวอย่างสิทธิประโยชน์
Member คูปองและของรางวัลทั่วไป
Silver คะแนนพิเศษหรือของรางวัลระดับกลาง
Gold คูปองวันเกิดและรางวัลเฉพาะระดับ
Platinum รางวัลพรีเมียมและสิทธิ์ล่วงหน้า

ก่อนเปิดใช้งานควรกำหนดว่า

  • ระดับใดมองเห็นรางวัลได้
  • ระดับใดสามารถแลกรางวัลได้
  • แต่ละระดับใช้คะแนนเท่ากันหรือไม่
  • จำกัดจำนวนสิทธิ์ต่อสมาชิกหรือไม่
  • ใช้สิทธิ์ได้ทุกสาขาหรือไม่
  • เมื่อลดระดับแล้ว สิทธิ์เดิมยังใช้งานได้หรือไม่

ควรมีรางวัลสำหรับสมาชิกระดับเริ่มต้นด้วย เพื่อให้ลูกค้าใหม่เห็นประโยชน์ของการเข้าร่วมโปรแกรมตั้งแต่ช่วงแรก

ขั้นตอนสร้างของรางวัลใน CRM-X

ขั้นตอนการตั้งค่าของรางวัลประกอบด้วย

  1. ตั้งชื่อรางวัลให้เข้าใจง่าย
  2. เพิ่มภาพรางวัลที่ตรงกับสิ่งที่ลูกค้าจะได้รับ
  3. เขียนรายละเอียดและเงื่อนไข
  4. กำหนดจำนวนคะแนนที่ใช้แลก
  5. กำหนดจำนวนสิทธิ์หรือจำนวนคงเหลือ
  6. กำหนดวันเริ่มต้นและวันหมดอายุ
  7. เลือกระดับสมาชิกที่สามารถแลกได้
  8. เลือกสาขาที่ร่วมรายการ
  9. กำหนดยอดซื้อขั้นต่ำหรือข้อจำกัด
  10. ทดลองแลกด้วยบัญชีสมาชิกตัวอย่างก่อนเผยแพร่

ชื่อเมนูและตัวเลือกอาจแตกต่างตามเวอร์ชันหรือแพ็กเกจที่ใช้งาน จึงควรตรวจสอบกับระบบ CRM-X ปัจจุบันก่อนเปิดแคมเปญจริง

ขั้นตอนการแลกรางวัลของสมาชิก

เมื่อลูกค้ามีคะแนนเพียงพอ ขั้นตอนการแลกรางวัลมีดังนี้

  1. สมาชิกเปิดหน้าสมาชิกบนโทรศัพท์มือถือ
  2. เข้าสู่รายการของรางวัล
  3. เลือกรางวัลที่ต้องการ
  4. ตรวจสอบคะแนนและเงื่อนไข
  5. ยืนยันการแลกตามขั้นตอน
  6. ระบบหักคะแนนหรือสร้างสิทธิ์
  7. พนักงานตรวจสอบสถานะ
  8. ร้านส่งมอบสินค้า บริการ หรือส่วนลด
  9. ระบบบันทึกประวัติการแลก

หากสิทธิ์มีระยะเวลาจำกัด สมาชิกควรดำเนินการแลกเมื่ออยู่ที่จุดรับรางวัล ไม่ควรกดยืนยันล่วงหน้าโดยยังไม่ได้ตรวจสอบสินค้าคงเหลือหรือความพร้อมของสาขา

วิธีตรวจสอบสิทธิ์ก่อนส่งมอบรางวัล

ก่อนส่งมอบสินค้า ใช้ส่วนลด หรือให้บริการ พนักงานควรตรวจสอบข้อมูลต่อไปนี้จากระบบ

  • ชื่อสมาชิก
  • ชื่อรางวัล
  • สถานะของสิทธิ์
  • วันที่แลก
  • วันหมดอายุ
  • สาขาที่สามารถใช้ได้
  • ยอดซื้อขั้นต่ำ
  • จำนวนครั้งที่สมาชิกใช้สิทธิ์
  • คะแนนที่ถูกหัก
  • สถานะว่าเคยใช้แล้วหรือไม่

ไม่ควรตรวจสอบจากภาพหน้าจอของลูกค้าเพียงอย่างเดียว เพราะภาพเดิมอาจถูกนำกลับมาใช้ซ้ำ ควรตรวจสอบสถานะล่าสุดจากระบบก่อนทุกครั้ง หลังส่งมอบรางวัลแล้ว ต้องเปลี่ยนสถานะสิทธิ์ตามขั้นตอนของระบบทันที เพื่อป้องกันการใช้ซ้ำ

กรณีที่ควรกำหนดวิธีจัดการล่วงหน้า

  • สมาชิกกดแลกผิด
  • สมาชิกกดใช้สิทธิ์ก่อนถึงร้าน
  • ของรางวัลหมด
  • อินเทอร์เน็ตหน้าร้านขัดข้อง
  • คูปองหมดอายุ
  • พนักงานยืนยันสิทธิ์ผิด
  • คะแนนถูกหักแต่ลูกค้าไม่ได้รับรางวัล
  • ลูกค้าต้องการคืนสินค้าที่ซื้อร่วมกับคูปอง

ร้านควรใช้นโยบายเดียวกันทุกสาขา และกำหนดว่าใครมีสิทธิ์คืนคะแนนหรือออกคูปองใหม่

รายงาน Redemption คืออะไร

Redemption คือการที่สมาชิกนำคะแนน คูปอง หรือสิทธิ์มาแลกใช้ รายงาน Redemption ช่วยให้ธุรกิจเห็นว่ารางวัลใดได้รับความสนใจ และสิทธิ์ที่ออกไปถูกใช้งานจริงมากน้อยเพียงใด

ข้อมูลที่ควรติดตาม ได้แก่

  • จำนวนสิทธิ์ที่ออกให้
  • จำนวนรางวัลที่ถูกแลก
  • จำนวนสิทธิ์ที่ถูกใช้จริง
  • จำนวนสิทธิ์ที่หมดอายุ
  • คะแนนที่ถูกใช้
  • จำนวนสมาชิกที่แลกรางวัล
  • การแลกแยกตามสาขา
  • การแลกแยกตามระดับสมาชิก
  • ต้นทุนของรางวัล
  • ยอดขายที่เกี่ยวข้องกับแคมเปญ หากมีข้อมูลธุรกรรมรองรับ

สูตรคำนวณ Redemption Rate

Redemption Rate = จำนวนสิทธิ์ที่ถูกใช้ ÷ จำนวนสิทธิ์ที่ออกให้ × 100

ตัวอย่างเช่น

  • ออกคูปองให้สมาชิก 1,000 ใบ
  • มีคูปองถูกใช้จริง 150 ใบ

ดังนั้น
150 ÷ 1,000 × 100 = 15%

หากสมาชิกกดแลกรางวัลแล้วแต่ยังไม่ได้นำสิทธิ์มาใช้ ควรแยกข้อมูลออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

  • จำนวนสิทธิ์ที่ถูกแลก
  • จำนวนสิทธิ์ที่ถูกใช้จริง
  • Redemption Rate ต่ำอาจเกิดจากรางวัลไม่น่าสนใจ ใช้คะแนนมากเกินไป เงื่อนไขซับซ้อน วันหมดอายุสั้น หรือสาขาที่ใช้ได้มีน้อย

Redemption Rate สูงแสดงว่ารางวัลได้รับความสนใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าแคมเปญสร้างกำไรเสมอไป ธุรกิจยังต้องตรวจสอบต้นทุนรางวัล ยอดซื้อซ้ำ และรายได้ที่เกี่ยวข้องด้วย

ตัวอย่างหน้าจอที่ควรเพิ่มในบทความ

เพื่อให้ผู้อ่านเห็นการทำงานของ CRM-X จริง ควรเพิ่มภาพหน้าจออย่างน้อย 7 ภาพ ได้แก่

  1. หน้ารายการของรางวัลในระบบหลังบ้าน
  2. หน้าสร้างหรือแก้ไขของรางวัล
  3. ช่องกำหนดจำนวนคะแนน
  4. ช่องกำหนดจำนวนคงเหลือ
  5. ช่องกำหนดวันหมดอายุ
  6. หน้าแคตตาล็อกของรางวัลบนมือถือ
  7. หน้ายืนยันการแลกรางวัล
  8. หน้าตรวจสอบสถานะสิทธิ์
  9. หน้าประวัติหรือรายงานการแลก

ก่อนนำภาพขึ้นเว็บไซต์ ควรปิดบังชื่อ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล QR Code ส่วนบุคคล และข้อมูลที่สามารถระบุตัวสมาชิกได้

ประโยชน์ของ CRM-X Rewards ต่อธุรกิจ

กระตุ้นการซื้อซ้ำ

คะแนนและรางวัลช่วยสร้างเหตุผลให้ลูกค้ากลับมาซื้อสินค้าและบริการต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อรางวัลมีมูลค่าเหมาะสมและสามารถแลกได้จริง

เพิ่มการมีส่วนร่วมกับแบรนด์

ลูกค้ามีเป้าหมายในการสะสมคะแนน เลื่อนระดับสมาชิก และติดตามสิทธิประโยชน์ใหม่ ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมมากกว่าการซื้อครั้งเดียวแล้วจบ

ควบคุมต้นทุนของรางวัล

ธุรกิจกำหนดคะแนน จำนวนสิทธิ์ วันหมดอายุ และเงื่อนไขการใช้ได้ จึงวางงบประมาณได้ดีกว่าการแจกส่วนลดโดยไม่มีข้อจำกัด

มอบข้อเสนอให้เหมาะกับสมาชิก

ร้านสามารถออกแบบรางวัลให้ต่างกันตามระดับสมาชิก สาขา หรือกลุ่มลูกค้า แทนการให้ส่วนลดแบบเดียวกันกับทุกคน

ลดปัญหาคูปองกระดาษ

สมาชิกตรวจสอบคูปองและรางวัลผ่านมือถือได้ ลดปัญหาคูปองสูญหายและช่วยให้พนักงานตรวจสอบสถานะได้เป็นระบบมากขึ้น

นำข้อมูลมาวิเคราะห์แคมเปญ

ข้อมูลการแลกรางวัลช่วยให้ธุรกิจรู้ว่ารางวัลใดได้รับความสนใจ กลุ่มใดใช้สิทธิ์ และควรปรับคะแนนหรือเงื่อนไขอย่างไรในแคมเปญครั้งต่อไป

เริ่มต้นสร้างระบบของรางวัลกับ CRM-X

ธุรกิจสามารถเริ่มต้นจากการสมัคร CRM-X สร้างข้อมูลร้าน กำหนดวิธีให้คะแนน และเพิ่มของรางวัลชุดแรกประมาณ 2–3 รายการ จากนั้นทดลองขั้นตอนการแลกกับพนักงานและสมาชิกกลุ่มเล็กก่อนเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ

หากธุรกิจต้องการรางวัลหรือสิทธิประโยชน์จากพาร์ตเนอร์ สามารถสอบถามบริการ Rewards & Privileges Management เพื่อประเมินรายการรางวัล ราคา จำนวนขั้นต่ำ อายุสิทธิ์ และขั้นตอนส่งมอบที่มีอยู่ในช่วงเวลานั้น

สรุป

CRM-X Rewards ช่วยให้ธุรกิจบริหารคะแนน คูปอง ของรางวัลจริง ส่วนลด และสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกได้จากระบบเดียว ธุรกิจสามารถกำหนดจำนวนคงเหลือ วันหมดอายุ ระดับสมาชิก สาขาที่ร่วมรายการ และเงื่อนไขการแลก พร้อมตรวจสอบสถานะและประวัติการใช้สิทธิ์

เมื่อออกแบบรางวัลให้สัมพันธ์กับต้นทุนและพฤติกรรมลูกค้า ระบบของรางวัลจะช่วยกระตุ้นการซื้อซ้ำ สร้างความผูกพัน และทำให้ธุรกิจวัดผลแคมเปญ Loyalty ได้ชัดเจนขึ้น

ข่าวสารล่าสุด